ข่าวเด่น..ประเด็นร้อน

ผบ.สำนักคดีความมั่นคง  กรมสอบสวนคดีพิเศษ  กล่าวว่าวันนี้(5 ก.พ.) ตนได้ลงพื้นที่อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบการออกบัตร
ประชาชนให้คนต่างด้าวโดยไม่มีสิทธิ และการให้คนต่างด้าวสวมสิทธิบัตรประชาชน  ของนายสมชัย  รักยอดยิ่ง  ผู้ต้องหาคดีลักลอบค้า
ยาแก้หวัดที่มีส่วนประกอบซูโดอีเฟดรีนที่สามารถนำไปเป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด  โดยได้ลงพื้นที่ไปพบกับบิดา-มารดาของนายสมชัย
ซึ่งทั้งคู่ระบุว่าบุตรชายเป็นคนพิการ และไม่ใช่บุคคลเดียวกับที่ปรากฎภายถ่ายตามหมายจับ  ขณะที่ญาติพี่น้องต่างยืนยันว่านายสมชาย
ไม่ได้เป็นคนเดียวกับในภาพถ่ายด้วย ดังนั้น หลังจากนี้จะตั้งชุดสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ความชัดเจนถึงการออกบัตรประชาชนให้
บุคคลดังกล่าว

โดยหลักการการกระทำความผิดทางอาญานั้นจะต้องมีการกระทำ และจะต้องมีเจตนา เล็งเห็นผลของการกระทำนั้น แต่ในบทบัญญัติมาตรา ๗ ทวิ วรรคสาม[1] แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ กลับบัญญัติให้เด็กซึ่งเกิดในประเทศไทยที่ไม่ได้สัญชาติไทย ตั้งแต่เกิดถูกนับว่าเป็นผู้กระทำผิดอาญาตามกฎหมายคนเข้าเมืองทันที นั้นหมายความว่าหากเด็กที่เกิดมาหากไม่ใช่คนสัญชาติไทย หรือพ่อแม่มีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทยแล้ว เด็กสามารถถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายคนเข้าเมืองได้ทันทีเช่นกัน สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเด็กเกิดมาก็มีความผิดติดตัวของเด็ก โดยที่เด็กไม่มีได้ทำผิดอะไรเลย ถ้าจะมองลึกลงไป ร่างกฏกระทรวงนี้ ขัดกับหลักของสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน

ในขอบแดนประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ที่เป็นเขตแดนระหว่างประเทศไทยและพม่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังคงมีหมูบ้าน
จำนวนมากที่ยากต่อการเข้าถึง หลายชุมชนสามารถเดินทางไปยังที่ทำการอำเภอไม่ไกลมาก แต่ยังมีหลายชุมชนต้องใช้เวลาเดินทาง
มากกว่า 8-10 ชั่วโมง เพื่อไปติดต่อประสานงานกับหน่วยงานชายการต่างๆ ซึ่งเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าขั้นตอนในการยื่นคำร้อง คำขอ
ต่างๆเพื่อขอพิสูจน์สถานะภาพบุคคลนั้น มีกระบวนการที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน ต้องเดินทางไปมาระหว่างชุมชนและอำเภอนับครั้งไม่ถ้วน

Pages