“16 ปี กับการตกหล่นทางทะเบียนราษฎรของเด็กชายฮาย”

Primary tabs

                 จากครอบครัวที่ใช้ชีวิตธรรมดา ๆ หาเช้ากินค่ำ อยู่แต่ในชุมชน ไม่เคยได้ลงมาสู่เมืองกรุง แต่เหตุที่มาถึงเมืองกรุง ก็ด้วยที่ว่า ตัวเองตั้งครรภ์และไม่สามารถคลอดเองได้ จึงต้องเดินทางจากบ้านศิลาแดง ม.16 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย มาถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อมาคลอดลูก แต่สุดท้ายก็เกิดความผิดพลาด เพราะการไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่กล้า ทำให้เด็กตัวน้อย ๆ มีชื่อว่าเด็กชายฮาย ที่ลืมตาออกมาดูโลกต้องตกหล่นทางการทะเบียน โดยที่ไม่มีหลักฐาน และเอกสารบ่งบอกได้ว่าตนเป็นคนไทย
 
 
โดยทั้ง ๆ ที่แม่เป็นคนไทย เลข 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 5 ซึ่งการไม่รู้ ทำให้ไม่ได้ไปแจ้งเกิดลูก ระยะเวลาผ่านไปเกือบ 16 ปี ปัจจุบันเด็กชายฮาย เรียนอยู่ชั้นระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนบรรพตวิทยาคม อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย แต่มาวันหนึ่งเด็กชายฮาย ได้รับการประสานจากครูในโรงเรียนว่ามีมูลนิธิศึกษาพัฒนาประชาชนบนที่สูง (พปส) ออกห้องเรียนเคลื่อนที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาสถานะบุคคล ณ ที่ว่าการอำเภอเวียงแก่น ในวันที่ 10 มีนาคม 2559 อยากให้ทางครอบครัวไปปรึกษาเผื่อมีช่องทางให้กับลูก ผู้เป็นแม่และลูกจึงได้เดินทางมาที่อำเภอเวียงแก่นเพื่อมาขอคำปรึกษา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ดูเอกสาร / ข้อมูล และสอบถามข้อเท็จจริง ทราบว่าก่อนที่แม่จะไปคลอดลูก แม่มีบัตรของทางโรงพยาบาลเชียงรายฯ และหนังสือฝากครรภ์ ซึ่งมากกว่านั้น คือ ตอนที่คลอดแม่ก็เป็นคนไทย แต่การไม่รู้จึงไม่ได้ไปแจ้งเกิด
 
 
ทางเจ้าหน้าที่จึงนัดให้วันที่ 11 มีนาคม 2559 ให้แม่และลูกเดินทางมาที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงราย เพื่อมาค้นหาหนังสือรับรองการเกิด ท.ร.1/1 ตอนที่ 1 เพราะส่วนใหญ่ข้อมูลเด็กเกิดใหม่ทางโรงพยาบาลเชียงรายฯ จะโอนข้อมูลไปยังสำนักทะเบียนเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งปรากฏว่าค้นหาเอกสารพบ ทางเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลฯ จึงได้สอบปากคำว่าเหตุใดจึงตกหล่นทางทะเบียน ทำให้ผู้ที่เป็นแม่และเด็กชายฮาย มีความหวังมาอีกครั้งหลังจากที่เกิดความผิดพลาดในครั้งก่อน แต่ด้วยเวลาไม่พอทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จได้ในวันนั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นัดใหม่อีกครั้งในวันที่ 16 มีนาคม 2559 ให้มาดำเนินการต่อ
 
 
                   วันที่ 16 มีนาคม 2559 ทางครอบครัว ประกอบด้วย แม่ และเด็กชายฮาย ได้เดินทางจากบ้านมาถึงที่สำนักท้องถิ่นเทศบาลฯ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. พร้อมกับความตื่นเต้น และดีใจ ซึ่งฮายคิดว่ายังไงวันนี้ต้องได้เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) แน่นอนเลย แต่ผลสุดท้ายแล้วความหวังก็ค่อย ๆ จางหายไป เนื่องจากระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบปากคำเรียบร้อย และกำลังเพิ่มชื่อเข้าไปในระบบปรากฏว่าเพิ่มชื่อไม่ได้ เพราะไปชนกับเลข 13 หลัก ที่เป็นเลข 0-89 จึงไม่สามารถดำเนินการเพิ่มชื่อ ทางเจ้าหน้าที่จึงถามว่าทำไมมีเลข 13 หลัก แล้วไม่แจ้งทางเจ้าหน้าที่ ถือว่าเป็นการให้ความเท็จ ซึ่ง ณ ตอนนั้นทั้งผู้เป็นแม่ และเด็กชายฮาย พูดไม่ออกเลยว่าทำไมถึงมีเลข 0-89 เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่าได้มีการสำรวจ และได้ถ่ายบัตรเลข 0-89 ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ พปส. จึงได้ขยายความว่าไม่ใช่ว่าเจ้าตัวให้ความเท็จ แต่ที่ผ่านมาเจอกรณีที่เป็นแบบนี้ก็หลายคนที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าได้ผ่านการสำรวจ และได้ถ่ายบัตรเลข 0-89 เพราะทางผู้ใหญ่บ้านบางที่ไม่ได้แจ้งให้กับเจ้าตัวทราบ เป็นไปได้ที่ทางเจ้าตัวจะไม่ทราบ และไม่รู้ ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนฯ ก็เลยลองเข้าไปดูในระบบที่เป็น เอกสาร ท.ร.38 ข ทราบว่าเด็กชายฮายถึงแม้มีเลข 0-89 จริง แต่ในนั้นไม่ได้ถ่ายรูป หรือไม่มีรูปถ่าย ส่วนการเพิ่มชื่อในวันนี้ก็คงเพิ่มชื่อยังไม่ได้ อย่างไรก็ตามเดียวทางเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนฯ จะทำหนังสือไปยังอำเภอเวียงแก่น เพื่อจำหน่ายเลข 0-89 พร้อมกับจะทำคำร้องใหม่และเสนอให้กับนายอำเภอเมืองเชียงราย หลังจากที่ทางอำเภอเวียงแก่น จำหน่ายเลข 0-89 เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน ฯ จะนัดวันให้มาดำเนินการต่อ ซึ่งทันใดนั้นหัวใจของผู้ที่เป็นแม่ และเด็กชายฮาย ที่เต้นไม่เป็นจังหวะก็กลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง หลังจากที่ได้รับคำตอบและแนวทางในการดำเนินการต่อไป
 
 
 
เขียนโดย : ทีมงานสถานะบุคคลมูลนิธิศึกษาศึกษาพัฒนาประชาชนบนที่สูง