โชบี ซูบาฮาน…คนไร้รัฐไร้สัญชาติแม้เกิดในประเทศไทย

Primary tabs

 

 

นิยามของคนไร้สัญชาติ และคนไร้รัฐ[1]

คนไร้สัญชาติ (Nationality - less) คือ คนซึ่งไม่ได้รับการยอมรับให้มีสถานะเป็นคนมีสัญชาติของรัฐใดเลย ภายหลังจากได้พิจารณากฎหมายว่าด้วยสัญชาติของรัฐที่มีจุดเกาะเกี่ยวโดยแท้จริง (Genuine link) กับบุคคลนั้น อันได้แก่ กฎหมายของรัฐเจ้าของดินแดนอันเป็นถิ่นที่เกิดหรือถิ่นที่ตั้งบ้านเรือนของบุคคล หรือกฎหมายของรัฐเจ้าของตัวบุคคลผู้เป็นบุพการีหรือคู่สมรสของบุคคล

คนไร้รัฐ (Stateless Persons) ได้แก่ บุคคลที่ไม่มีข้อเท็จจริงอันทำให้ได้สัญชาติของรัฐใดเลยและไม่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในประเทศใด กล่าวคือ ไม่อาจเป็นคนชาติของรัฐใดเลยบนโลก ทั้งไม่อาจตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ในประเทศใดเลยบนโลก เป็นคนต่างด้าว (Aliens) สำหรับทุกรัฐ และเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายสำหรับทุกรัฐ เป็นคน “เถื่อน” เป็นคนผิดกฎหมายสำหรับทุกดินแดน

แต่อย่างไรก็ตาม คนไร้สัญชาติอาจไม่ “ไร้รัฐ” (Stateless) หากปรากฏต่อไปว่า มีรัฐใดรัฐหนึ่งยังยอมรับให้ “สิทธิอาศัย” แก่คนไร้สัญชาตินั้น ทั้งนี้ เพราะการได้รับอนุญาตให้มีสิทธิอาศัยในดินแดนของรัฐใด ก็ย่อมหมายความว่า รัฐนั้นยินยอมที่จะมีสถานะเป็น“รัฐเจ้าของดินแดนอันเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น” (State of Domicile) บุคคลนั้นจึงอาจตั้งบ้านเรือนอยู่ในดินแดนของรัฐนั้นได้ บุคคลนั้นจึงมีภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชนอยู่ในรัฐนั้น อันทำให้บุคคลนั้นมีสิทธิที่จะร้องขอลงรายการสถานะบุคคลของตนในทะเบียนราษฎร (Civil Registration) ของรัฐนั้นได้ อันมีความหมายต่อไปว่า บุคคลนั้นย่อมมีสถานะเป็น “ราษฎร” หรือ “พลเมือง” หรือ “citizen” หรือ“people” ของรัฐที่ยอมรับให้สิทธิอาศัยแก่เขานั่นเอง

ขอให้สังเกตว่า เมื่อปรากฏว่า บุคคลไม่มีสัญชาติของรัฐใด ผลก็คือ เขาจะไม่มีรัฐเจ้าของสัญชาติ (State of Nationality) แต่ถ้าเขามีสิทธิอาศัยในประเทศใดประเทศหนึ่ง เขาก็จะมีรัฐเจ้าของภูมิลำเนา โดยผลที่สุด เขาก็จะมี “รัฐเจ้าของตัวบุคคล”(Personal State) เขาย่อมไม่ใช่ “คนไร้รัฐ” (Stateless Persons) ข้อเสียประการเดียวที่ได้รับ ก็คือ เขาจะเป็นคนต่างด้าวในสายตาของทุกประเทศบนโลก

 

กรณีศึกษา นายโชบี ซูบาฮาน[2]

        โชบี ซูบาฮาน เป็นบุตรของนายอุสเซ็น และนางอานัวซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์โรฮิงญา โดยทั้งนายอุสเซ็น และนางอานัว เกิดและอาศัยในรัฐอาระกัน ประเทศพม่า แต่เนื่องจากนับถือศาสนาอิสลามรัฐบาลพม่าจึงไม่ให้สัญชาติแก่ทั้งสอง(รวมถึงคนมุสลิมอื่นๆด้วย) โดยกล่าวหาว่าเป็นกบฏ และผลักดันให้ออกจากประเทศพม่า จนทั้งสองต้องอพยพหนีภัยความตายเข้ามาในประเทศไทยในราว พ.ศ.2519

          โชบี รู้เพียงว่าตนคลอดที่อำเภอพระโขนง โดยหมอตำแย คือนางคอตีเยาะห์ คนสัญชาติไทย เป็นพยานรู้เห็นการเกิดของโชบี แต่โชบีไม่รู้วันเกิดของตัวเอง เพราะนางอานัวบอกเพียงว่า โชบีเกิดเมื่อ พ.ศ.2524 นายอุสเซ็นได้เสียชีวิตตั้งแต่นายโชบีอยู่ในครรภ์มารดา และนางอานัวได้เสียชีวิตไปเพราะโรคมาลาเรีย ตอนที่โชบีอายุได้เพียง 10 ปีเท่านั้น โชบีต้องขายกระดาษทิชชูบ้าง รับจ้างเลี้ยงวัวบ้าง จนกระทั่งอายุ 15-16 ปี โชบีได้รับการอุปการะจากนางบานู และนางบานูได้สอนอาชีพขายโรตีให้โชบี ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน โชบีมีอาชีพขายโรตี แต่ปัจจุบันนางบานูยังมีชีวิตแต่ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีแล้ว

           โชบีถูกจับกุมหลายครั้งในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองบ้าง หรือทำงานผิดกฎหมายบ้าง แต่ก็กลับมาประเทศไทยทุกครั้ง ใน พ.ศ.2545 รัฐบาลไทยมีการเปิดให้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายจากพม่า ลาว และกัมพูชา โชบีจึงไปขอใบอนุญาตทำงาน ประเภทไม่ต้องมีนายจ้าง และสามารถประกอบอาชีพอิสระได้ (พ.2) แต่ก็ถูกจับอีกในข้อหา “ขายโรตี” โดยตำรวจชี้แจงว่า อาชีพขายโรตีเป็นอาชีพที่ต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวทำ นอกจากนี้โชบียังไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะเคยไปขอเรียนที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ตอนอายุ 16 ปี แต่กลับถูกปฏิเสธเพราะไม่มีหนังสือรับรองการเกิดนั่นเอง

           โชบีได้อยู่กันฉันสามีภริยากับนางสาววิลาวัณย์ คนสัญชาติไทย และมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ เด็กหญิงเกวลินทร์ ซึ่งเกิดที่โรงพยาบาลวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ทั้งนี้ ปรากฏตามหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ซึ่งโรงพยาบาลดังกล่าวออกให้ เอกสารนี้ระบุว่า เกวลินทร์มีสัญชาติไทย ทั้งวิลาวัณย์และเกวลินทร์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านคนอยู่ถาวร (ท.ร.14) ตามกฎหมายไทย ครอบครัวของโชบีตั้งบ้านเรือนอยู่จริงที่จังหวัดชัยนาทในปัจจุบัน  แต่โชบีผู้เดียวในครอบครัวยังคงไร้รัฐ กล่าวคือ ไม่มีสถานะทางกฎหมายทะเบียนราษฎร

 

วิเคราะห์ปัญหาของโชบี ซูบาฮาน

          การที่โชบี ซูบาฮานกลายเป็นคนไร้รัฐและไร้สัญชาตินั้น มีสาเหตุจากการที่บิดาและมารดาต้องหนีภัยความตายจากพม่ามายังประเทศไทย ทำให้ทั้งบิดาและมารดาของโชบีกลายเป็นคนต่างด้าวที่เข้าประเทศไทยมาอย่างผิดกฎหมาย และโชบีเอง ไม่มีหลักฐานการเกิดในประเทศไทย แม้จะมีนางคอตีเยาะห์ เป็นพยานในการเกิด แต่กฎหมายที่บังคับใช้ในขณะนั้น คือ ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ (ปว.๓๓๗) กำหนดยกเว้นหลักดินแดน กล่าวคือ แม้นายโชบีเกิดในประเทศไทย แต่เมื่อมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว โชบีก็ไม่มีสิทธิที่จะได้สัญชาติไทย และนายโชบีก็ไม่สามารถกลับไปพม่าได้อีก เพราะโชบีเป็นคนอิสลาม ที่รัฐบาลพม่าไม่ให้การยอมรับในสถานะของพวกเขา

           อย่างไรก็ตามเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า แม้โชบีไม่มีสิทธิที่จะได้สัญชาติไทย แต่ในเมื่อโชบีได้เกิดและภายหลังการเกิดโชบีมีภูมิลำเนาภายในประเทศไทยก็มีสิทธิที่จะได้รับการบันทึกในทะเบียนราษฎรอันเป็นสิทธิในสถานะของบุคคล ซึ่งเป็นสิทธิที่ควรจะได้รับเมื่อมีสภาพบุคคล ดังนั้นในความคิดของข้าพเจ้า โชบีจึงไม่ควรตกเป็นคนไร้รัฐ

            นอกจากนี้สิทธิในการได้รับการศึกษา ยังเป็นสิทธิที่โชบีสมควรจะได้รับ เนื่องจากเป็นสิทธิตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม(ICESCR) ซึ่งไทยเป็นรัฐภาคีจึงมีความผูกพันที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งปรากฏในข้อ 13 ใจความว่า รัฐภาคีจะต้องรับรองสิทธิของทุกคนในด้านการศึกษา กล่าวคือ สถาบันการศึกษาของรัฐนั้นๆต้องจัดให้แก่มนุษย์ทุกคน โดยสิทธิทางการศึกษาจะไม่ถูกจำกัดเพียงเพราะความไร้รัฐ หรือไร้สัญชาติของมนุษย์ รวมถึงตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 4 ประกอบ มาตรา 49 ที่ว่าสิทธิในการศึกษาเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายไทยนั่นเอง

           แม้นายโชบี ซูบาฮาน จะเป็นคนไร้รัฐและไร้สัญชาติ แต่อย่างไรเสีย นายโชบีก็ยังเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ดังนั้นนายโชบีก็ยังมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถถูกจำกัดได้เพียงเพราะความไร้รัฐ ไร้สัญชาติของเขา และเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่าจะมีหนทางใดที่จะสามารถผลักดันให้นายโชบีที่เกิดและอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นคน “สัญชาติไทย” หรือเป็น “คนไร้สัญชาติที่มีสิทธิอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้อย่างถาวร” ตาม ท.ร. 14 ได้หรือไม่.

               

 

 

 


 

[1] สถานการณ์ด้านคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในภาคเหนือของประเทศไทย : คืออะไร ? ควรจัดการอย่างไร ?.โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร. เขียนเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2552-28 ส.ค.2552 สืบค้นทาง http://portal.in.th/peace-strategy/pages/5188/

[2] โชบี : โรฮินญาไร้รัฐที่เกิดในประเทศไทย โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เมื่อ 1 มี.ค. 2552 สืบค้นทาง

http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=445&d_id=444

โดย : Ms. Thanunchanok Yodsanit
สร้าง: 15 เมษายน 2556 00:03 · แก้ไข: 15 เมษายน 2556 00:06
http://www.learners.in.th/blogs/posts/535606