เรื่อง การปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006

Primary tabs

เรื่อง การปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006
4 มิย / คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการแนวทางการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยแรงงาน ทางทะเล ค.ศ. 2006 จนกว่าจะมีการตราพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเลขึ้นมาบังคับใช้และประเทศไทยได้ เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาแล้ว ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ ดังนี้
1. ให้กระทรวงแรงงาน (รง.) ดำเนินการออกประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยมาตรฐานแรงงานทางทะเลเพื่อรองรับการ ดำเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 เป็นการเฉพาะ
2. ให้ คค. ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการมาตรฐานแรงงานทางทะเล โดยให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาร่วมเป็นคณะกรรมการและจัดหางบ ประมาณดำเนินการ
สาระสำคัญของเรื่อง
คค. รายงานว่า
1. อนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 (Maritime Labour Convention : MLC 2006)เป็นอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) ที่รวบรวมและปรับปรุงอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองแรงงานในกิจการทาง ทะเลให้เป็นอนุสัญญาฉบับเดียวที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันเพื่อคุ้มครองคนประจำเรือทั่วโลกจำนวน มากกว่า 1.2 ล้านคน ให้มีสถานที่ทำงานที่มั่นคงปลอดภัย การจ้างงานที่เป็นธรรม สภาพความเป็นอยู่และการทำงานที่มีคุณค่า การคุ้มครองสุขภาพ การรักษาพยาบาลและมีสวัสดิการทางสังคม โดยอนุสัญญาฯ ได้มีการรับรองในที่ประชุมใหญ่ สมัยที่ 94 ของ ILO เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2549 และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นระยะเวลา 12 เดือนนับจากวันที่มีประเทศสมาชิก ILO ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ครบ 30 ประเทศ และมีจำนวนตันกรอสของเรือรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 33 ของกองเรือโลก
2. อนุสัญญาแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 สิงหาคม 2556 ภายหลังจากที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555 เป็นประเทศที่ 30 และมีจำนวนตันกรอสของเรือโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 59.85 ของกองเรือโลก ครบตามเงื่อนไขของการบังคับใช้อนุสัญญาฯ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าวเนื่อง จากยังยกร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. .... ไม่แล้วเสร็จ อันจะส่งผลกระทบต่อเจ้าของเรือไทยในการเดินเรือเข้า – ออกเมืองท่าของประเทศภาคีอนุสัญญาฯ ที่ถูกกำหนดให้ต้องมีใบรับรองแรงงานทางทะเลตามมาตรฐานข้อกำหนดของอนุสัญญาฯ และเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อกิจการพาณิชยนาวีของไทยน้อยที่สุด หน่วยงานภาครัฐจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้สามารถออกใบ รับรองการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ให้กับเจ้าของเรือไทยเป็นการเฉพาะในฐานะประเทศที่ยังไม่ได้เป็นภาคี อนุสัญญาฯ
3. กรมเจ้าท่าขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการสำหรับแนวทาง
การปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 ซึ่งเป็นไปตามมติของคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี จนกว่าจะมีการตราพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเลขึ้นมาบังคับใช้ และประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ แล้วโดยมีสาระสำคัญของอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 ดังนี้
3.1 อนุสัญญาฯ กำหนดหลักการและสิทธิพื้นฐานให้สมาชิกแต่ละประเทศต้องกระทำจนเป็นที่พอใจว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายของประเทศตนได้เคารพต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิทางสังคมและการจ้างงานของคนประจำเรือตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาฯ
3.2 อนุสัญญาฯ กำหนดให้เรือที่เดินระหว่างประเทศขนาด 50 ตันกรอส หรือมากกว่าต้องมีใบรับรองด้านแรงงานทางทะเล (Maritime Labour Certificate) และใบประกาศการปฏิบัติด้านแรงงานทางทะเล (Declaration Maritime Labour Compliance) ไว้ในเรือ เพื่อแสดงว่ามีการปฏิบัติตามมาตรฐานเกี่ยวกับการจ้างงานคนประจำเรือ 14 ด้าน โดยการรับรองดังกล่าวต้องแสดงกฎหมายภายในและแสดงหลักฐานและมาตรการที่เจ้า ของเรือได้ปฏิบัติตามกฎหมายในแต่ละมาตรฐานไว้ในใบประกาศการปฏิบัติด้านแรง งานทางทะเล
3.3 อนุสัญญาฯ ให้อำนาจรัฐเจ้าของท่าเรือที่ให้สัตยาบันสามารถที่จะตรวจสภาพการจ้างและสภาพ การทำงานของคนประจำเรือบนเรือที่เข้ามาเทียบท่าเรือในประเทศของตนได้ รวมทั้งยังสามารถกักเรือหรือสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องบนเรือนั้นให้เป็นไปตาม ที่อนุสัญญากำหนดได้ แม้ว่าประเทศซึ่งเป็นรัฐเจ้าของธงเรือจะยังไม่ได้ให้สัตยาบันเข้าเป็น อนุสัญญาฉบับนี้
3.4 อนุสัญญาฯ ครอบคลุมแรงงานทางทะเลทุกด้านและมีความเชื่อมโยงกับอนุสัญญาขององค์การทาง ทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization : IMO) อาทิ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานการฝึกอบรมการออกประกาศนียบัตร และการเข้ายามสำหรับคนประจำเรือ (International Convention on Standards of Training, Certification and Watchkeeping for Seafarers: STCW) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล (International Convention for the Safety of Life at Sea, 1974 : SOLAS) ซึ่งเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับคนประจำเรือและเรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรม เจ้าท่า
4. เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถออกกฎหมายภายในได้ทันต่อการบังคับใช้ ของอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 กรมเจ้าท่าจึงได้จัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมการจัดหางาน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สมาคมเจ้าของเรือไทย และสมาคมวิชาชีพชาวเรือไทย เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการออกใบรับรองการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ (Statement of Compliance for Maritime Labour Convention, 2006) ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติบังคับใช้ โดยที่ประชุมได้มีมติให้ออกประกาศกระทรวงแรงงานกำหนดมาตรฐานแรงงาน เพื่อออกใบรับรองด้านแรงงานทางทะเลภาคสมัครใจตามแนวทางการออกประกาศกระทรวง แรงงานว่าด้วยมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001 – 2553) และให้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการตามอนุสัญญาฯ โดยมอบหมายให้กรมเจ้าท่าในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมการพณิชยนาวี นำเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการส่งเสริมการพณิชยนาวีก่อนนำเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ
5. คณะกรรมการส่งเสริมการพณิชยนาวี ในการประชุม ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 ได้มีมติมอบหมายให้ คค. โดยกรมเจ้าท่านำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาเห็นชอบในหลักการแนวทางการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทาง ทะเล ค.ศ. 2006 จนกว่าจะมีการตราพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเลขึ้นมาบังคับใช้และประเทศไทยได้ เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ แล้ว