เรื่องเล่า.....จากเด็กหญิง " วันสิทธิเด็กสากล "

Primary tabs

               องค์กร แพลนอินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานประเทศไทย จัดโครงการ "เพราะฉันคือเด็กผู้หญิง Because I am a Girl" ฉลองวันสิทธิเด็กสากลครั้งแรกของโลก หวังกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงการส่งเสริมให้เด็กหญิงมีโอกาสในการศึกษา อย่างเท่าเทียม เพื่อลดปัญหาความยากจน ความรุนแรงและการค้ามนุษย์ พร้อมเดินหน้ารณรงค์ชวนกันยกมือขวา เป็นสัญลักษณ์ในการส่งเสริมสิทธิและบทบาทของเด็กหญิงและเยาวชนสตรี งานจัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อไม่นานนี้
 
               นางมหา คิวบาร์รูเบีย ผู้อำนวยการองค์การ แพลนอินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า สังคมโลกยังไม่ได้ให้ความสำคัญต่อความทุกข์ยากและปัญหาต่างๆ ที่เด็กหญิงในชนบทเผชิญอยู่ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา จาก สถิติ 1 ใน 3 ของเด็กหญิงทั่วโลกขาดโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากความยากจน ความรุนแรง การเลือกปฏิบัติ แต่งงานก่อนวัยและการคลุมถุงชน ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และบังคับให้ใช้แรงงานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติจึงประกาศให้วันที่ 11 ต.ค.ของทุกปีเป็น "วันสิทธิเด็กหญิงสากล" เพื่อให้ทุกคนสนใจสถานการณ์ของเด็กหญิงทั่วโลก และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ ภาคเอกชนและสาธารณชน เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมให้เด็กหญิงทุกคนได้รับการศึกษาและพัฒนาอย่าง เท่าเทียม
 
               ในงานมีพิธีมอบรางวัลภาพยนตร์เด็กหญิงไร้สัญชาติ พร้อมจัดนิทรรศการภาพถ่าย "Empower Women on Education" นำเสนอมุมมองด้านการศึกษาของเด็กในชนบท และบทสัมภาษณ์ผู้หญิง ที่ประสบความสำเร็จในหลายสาขาอาชีพ เพื่อตระหนักถึงการช่วยเหลือให้เด็กสาวทุกคนได้รับสิทธิและโอกาสทางการศึกษา อย่างเท่าเทียม ร่วมด้วยการเผยผลวิจัยสถานการณ์การศึกษาของ เยาวชนในประเทศไทย ในหัวข้อ "เด็กหญิงกับการศึกษา" ซึ่งได้นำเสนอต่อ นางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 
 
               ผลงานวิจัยมา จากการสำรวจโรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย 4 แห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย โดยสังเกตการเรียนการสอน สัมภาษณ์เชิงลึกครูผู้สอน ผู้อำนวยการโรงเรียน การทำกิจกรรมเขียนและวาดภาพของนักเรียน และสัมภาษณ์เชิงลึกนักเรียนหญิงและผู้ปกครองในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ทราบและเข้าใจทัศนคติของกลุ่มบุคคลดังกล่าว ด้านการศึกษา ความเสมอภาคทางเพศ และประเด็นปัญหาต่างๆ ทางสังคม รวมถึงการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ ปัญหายาเสพติดและปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งจำนวนของเด็กหญิงไร้สัญชาติที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก
 
พบ 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 
 
1.ความ ยากจนเป็นปัจจัยหลักทำให้นักเรียนไม่สามารถเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่เด็กไร้รัฐต้องเผชิญและหนักกว่านักเรียนกลุ่มอื่น เนื่องจากไม่มีนโยบายการศึกษาที่นอกเหนือจากเรียนฟรี 12 ปี แม้เด็กกลุ่มนี้จะมีวุฒิการศึกษา ประกาศนียบัตรรับรองจากสถาบันการศึกษา แต่ก็ประสบปัญหาในการทำงาน เนื่องจากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน
 
2.จำนวน เด็กไร้รัฐที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มีแนวโน้มสูงขึ้นในโรงเรียนชนบท และจำนวนเด็กต่างด้าวก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะโรงเรียนในชุมชนเมือง ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กกลุ่มนี้ โดยมีประเด็นที่เกี่ยวพันระหว่างปัญหาคือความยากจน การเป็นบุคคลไร้รัฐ ไร้สัญชาติ หรือการเป็นกลุ่มชาติพันธุ์
 
3.ห้องเรียนเป็นพื้นที่ของเด็กชาย จากการศึกษาพบว่าเด็กชายกล้าตอบคำถามของครูมากกว่า นักเรียนหญิงไม่มีส่วนร่วมในชั้นเรียนมากนัก

4.นัก เรียนตั้งครรภ์ระหว่างเรียนในทุกโรงเรียน ทั้งในพื้นที่ชนบทและชุมชนเมือง ครูทุกโรงเรียนเห็นตรงกันว่าเด็กหญิงเหล่านี้ควรได้รับโอกาสให้กลับมาเรียน หลังคลอดบุตร แต่กังวลว่าอาจเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับนักเรียนคนอื่น 


 

                อา บะ มอโปกู่ เด็กสาวชนเผ่าอาข่า วัย 19 ปี ลูกสาวคนสุดท้องจากพี่น้องทั้งหมด 3 คน พ่อแม่ และพี่ๆ ทำไร่ข้าวโพด วันนี้เธอโชคดีได้รับทุนจากองค์การแพลนฯ ในโครงการ Girls Funds เพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย คณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาภาษาจีน อาบะเล่าให้ฟังว่า หนูเป็นคนไม่มีสัญชาติไทย ที่ผ่านมาไม่สามารถกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษาได้ ฐานะทางครอบครัวยากจน หลังจบชั้น ม.6 เพื่อนๆ คุยกันว่าจะเรียนต่อที่ไหน ในขณะที่หนูคิดว่าจะไปหางานทำที่ไหน หนูอยากเรียนแต่ไม่มีเงิน บางคนมีเงินกลับไม่อยากเรียน แต่องค์การ แพลนฯ มาช่วยทำให้หนูได้เรียนต่อ

 
               "หนู เป็นคนหนึ่งที่ได้โอกาส แต่ยังมีเพื่อนๆ อีกหลายคนยังไม่ได้โอกาสเรียนต่อ ต้องออกไปทำงาน ถ้าไม่มีสัญชาติ ต้องทำงานในโรงงาน ไปขายแรงงาน เป็นคนงานก่อสร้าง หรือไม่ก็อยู่บ้านทำไร่ทำนา หนูอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือเรื่องสัญชาติ และเห็นความสำคัญของเด็กชนบททุกคนให้ได้รับโอกาสในการศึกษาที่สูงขึ้น เพราะการศึกษาทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้น และไม่ทำให้คนอื่นดูถูกเราได้ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากขาดโอกาสในการศึกษา อนาคต จะตั้งใจเรียนให้จบ ถ้าได้ทำงานที่ดีจะช่วยให้ฐานะความเป็นอยู่ของหนูและครอบครัวดีขึ้น และหนูจะเป็นอีกแรงหนึ่งที่พัฒนาชุมชน กลับไปสอนหนังสือให้เด็กๆ บนดอยแม่สลอง" อาบะกล่าว
 
               "ตอนนี้หนูรู้สึกเหมือนหนูเป็นนก หนูมีหู มีตา มีจมูก มีอะไรๆ หมด แต่ไร้ปีก อยากจะบินก็บินไม่ได้ เหมือนกับเด็กไร้รัฐ ไปไหนก็ไม่ได้" คำบอกเล่าสะท้อนความรู้สึกของ รุ้งลดา วัย 16 ปี ปัจจุบันอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่จัน จังหวัดเชียงราย เด็กหญิงคนขยันและเรียนดีมีความถนัดด้าน ภาษา จนมีโอกาสได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนเป็นเวลา 2 ปี แต่เธอไม่มีสัญชาติ ทำให้โอกาสที่อยู่แค่เอื้อมกลับเอื้อม ไม่ถึง รุ้งลดา มองว่าการเรียนรู้ภาษาต่างประ เทศเป็นเรื่องท้าทายและเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เธอเล่าว่า "หนูและคนในครอบครัวไม่มีสัญชาติ ทำให้ไม่มีสิทธิ์ ไม่เท่าเทียมคนอื่น เวลาไม่สบายไม่มีบัตรทองรักษา พ่อเสียไปตั้งแต่หนูยังเล็ก แม่ต้องทำงานหนัก จนปวดหลังมากและเข้าไม่ถึงการรักษา เมื่อมีทุนการศึกษาแม้เราจะเรียนได้เกรดดีแต่ไม่สามารถรับทุนได้ พี่ๆ ก็ได้ค่าจ้างไม่เท่ากับคนอื่น เสียเปรียบตลอดเวลา" รุ้งลดา กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื่องสัญชาติสำหรับคนไม่มีสัญชาติเป็นเรื่องที่หนักหนามาก จะออกนอกพื้นที่ไปทำงานไปเรียนต่อทำได้ยาก สถาบันการศึกษาพิจารณาเรื่องสัญชาติ แม้บางแห่งจะรับเข้าเรียนแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคนปกติ สำหรับคนยากจนอยู่แล้วจึงไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ แม้ว่าเรียนจบปริญญาแต่สถานที่ทำงานก็ไม่รับ ทำให้หลายคนท้อแท้ในชีวิต บางคนเรียนเก่งไม่สามารถรับทุนไปเรียนต่างประเทศได้ โอกาสยื่นให้แล้วแต่เราไม่สามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้ แม้จะมีความฝันก็เป็นได้เพียงแค่ฝันเท่านั้น ไม่สามารถทำได้
 
               "เมื่อ เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้าที่มีฝัน ถ้าเขาได้รับการศึกษาที่ดีก็จะมีโอกาสได้เรียนหนังสือ เขาจะมีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง ครอบครัวและชุมชน รวมถึงประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า" 
 
               "หนูเป็นเด็กยากจนที่มี ความฝัน แต่ไม่สามารถไปได้ ตอนนี้มีหน้าที่เรียนต้องเรียนให้ดีที่สุด ขอให้หนูได้สัญชาติและได้มีชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นๆ ที่จะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้"