เราต่างมีฝัน....แม้มันยังรางเลือน

Primary tabs

โชคดีแค่ไหนที่คุณเกิดมามีสัญชาติไทย ?  ความฝันในวัยเด็กของคุณคืออะไรคำตอบคงแบบเดียวกันกับเรา  ใช่ไหม.....
เราได้มีโอกาสไปสัมผัสกับวิถีนักเรียนประจำที่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์  เป็นกลุ่มเด็กชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ยังคงไร้รัฐไร้สัญชาติ   เด็ก ๆ ต้องจากพ่อแม่มาอยู่โรงเรียนประจำ   บางคนกำพร้าโตมาโดยไม่รู้เลยว่า พ่อแม่แท้จริงชื่ออะไร  
ช่วงการอบรมให้ความรู้ด้านสิทธิในสถานะบุคคล  เด็ก ๆ เราได้ถามในสิ่งที่เขาอยากเป็นในอนาคต  เพื่อจุดประกายฝันให้เด็ก ๆ ได้คิดและมีแรงขับให้ตัวเองไปถึงฝัน  
“อาชีพที่หนูอยากเป็นในอนาคต  คืออาชีพอะไร ? ” 
“หนูอยากเป็น หมอครับ  ทหารครับ  ตำรวจครับ  ครูค่ะ ฯ” 
 
คำตอบส่วนใหญ่ที่ได้ คือ  “รับราชการ” 
              หนูอยากเป็น ทหาร  ตำรวจ  หมอ  หรือคุณครู   ทุกคนล้วนเป็นได้ตามความต้องการของตนเองทั้งนั้นไม่ว่าอยากจะเป็นอะไรก็สามารถเป็นได้   แต่เด็กที่ไร้รัฐไร้สัญชาติล่ะ  เขาจะมีโอกาสได้ทำตามฝันไหม  ถ้าความใฝ่ฝันในภายหน้าของพวกเขาคือ อยากเป็น ทหาร  ตำรวจ  หมอ  โอกาสที่จะประกอบอาชีพที่พวกเขาใฝ่ฝันอยู่ตรงไหนถึงแม้พวกเขาจะมีความรู้หรือเก่งกาจมากแค่ไหนแต่เพราะคำว่า “ไร้สัญชาติ” คำเดียวทำให้ความฝันเหล่านั้นสลายไปลงในพริบตา
 
 
 
การให้ความรู้  แนะแนวทางแก่เด็ก ๆ กลุ่มนี้  ให้พวกเขาได้เรียนรู้และเข้าถึงสิทธิที่พวกเขาพึงได้รับ  เพราะเขาคืออนาคตของชาติในอนาคต  แม้วันนี้การเป็นพลเมืองของชาติไทยยังเลือนรางก็ตามความรู้ในกระบวนการอบรมด้านสิทธิตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Right of the Child) ที่บังคับใช้ในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2535  คือหนึ่งในกระบวนการอบรมให้ความรู้ที่เด็ก ๆ อย่างพวกเขาต้องรู้
สิทธิในการมีชีวิต คือ สิทธิของเด็กที่คลอดออกมาแล้วจะต้องมีชีวิตอยู่รอดอย่างปลอดภัย อนุสัญญาฯ กำหนดว่ารัฐภาคีจะต้องรับรองว่าเด็กทุกคนมีสิทธิติดตัวมาตั้งแต่เกิด และต้องประกันอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ให้มีการอยู่รอดและพัฒนาของเด็ก สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง เป็น สิทธิที่เด็กได้รับปกป้องคุ้มครองจากการทารุณกรรมทุกรูปแบบ เช่น การทารุณกรรมทางร่างกาย จิตใจ และทางเพศ ซึ่งรวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ หรือการแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การค้าประเวณีเด็ก การขายเด็ก การนำเด็กไปใช้ขอทาน ไม่ว่าจะโดยบิดา มารดา หรือผู้ใดก็ตาม นอกจากนี้ เด็กที่ลี้ภัยจากอันตรายเข้ามาในประเทศของรัฐภาคี จะต้องได้รับการคุ้มครองและช่วยเหลือ สำหรับ 'เด็กพิการ' ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ก็ย่อมมีสิทธิที่จะใช้ชีวิตที่ดีอย่างมีศักดิ์ศรี และได้รับการส่งเสริมให้พึ่งพาตนเองได้
 
สิทธิในด้านพัฒนาการ เด็ก ทุกคนจะได้รับสิทธิให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับพัฒนาการ ร่างกาย จิตใจ สังคม รวมถึงความพึงพอใจและความสุข เช่น การมีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัวในโรงเรียน หรือสังคมที่เด็กอยู่ได้อย่างมีความสุข มีโอกาสเล่น พักผ่อน รับข้อมูลข่าวสารอย่างมีอิสระในการคิดและแสดงออก โดยได้รับการกล่อมเกลาทางด้านจิตใจ ความรู้ ความคิดที่เหมาะสมกับวัย และที่สำคัญที่สุดก็คือเด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี  สิทธิในการมีส่วนร่วม เป็นสิทธิที่ให้ความสำคัญกับการแสดงออกทั้งในด้านความคิดและการกระทำของเด็ก ในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่อาศัยอยู่ รวมทั้งสิทธิในการปกป้องเรียกร้องผลกระทบที่เกิดกับชีวิตความเป็นอยู่ของ เด็ก ด้วยการอนุญาตให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับตนเองและสามารถแสดงความคิดเห็นโดยไม่กระทบสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคลอื่น
 
             หากถามว่า เด็กในสังคมไทยปัจจุบันได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองเพียงพอหรือไม่  เราคงตอบได้แค่เพียงว่า ปัจจุบันสิทธิเด็กในสังคมไทยได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองมากขึ้น มีการตั้งหน่วยงานรัฐ มีกลุ่มและองค์กรเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการคุ้มครองมากขึ้น แต่หากมองในแง่เชิงคุณภาพยังคงต้องมีการปรับปรุงอีกหลายประเด็น อาทิ การศึกษา เป็นต้น 
 
 
“ การรับรู้และเข้าใจเรื่องสิทธิเด็ก จึงเป็นไม่ใช่เรื่องที่ควรนิ่งเฉย แต่ผู้ใหญ่ทุกคนในสังคมควรหันมาตระหนัก ใส่ใจ และให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ” 
การสานต่อความฝันของพวกเขาเราช่วยกันทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้  ถ้าเราตระหนักและร่วมมือกันขจัดปัญหา  เริ่มต้นง่าย ๆ  ได้ที่สถานศึกษาเพื่อช่วยกันขจัดปัญหาเด็กที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิในสถานะในบุคคลในโรงเรียน
คุณจะช่วยกันไหม  !!!
 
 
โดย..  อรกัญญา  สุขรัตน์