เด็กชายไร้สัญชาติคนแรก ได้รับสัญชาติไทยตามมติคณะรัฐมนตรี

Primary tabs

เด็กชายเก่ง (นามสมมติ) อายุ 11 ปี เด็กชายที่เคยถูกระบุในทะเบียนว่าเป็นเด็กไร้รากเหง้า ได้รับสถานะเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองไทยตามกฎหมาย ได้ทำบัตรประชาชนเป็นครั้งแรก ในวันที่อังคาร 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถือเป็นเด็กคนแรกที่ได้รับสัญชาติไทยจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

“ดีใจมากครับ ตื่นเต้นมาก... จะมีบัตรเหมือนเพื่อน จะได้ไปไหนต่อไหนได้” เด็กชายเก่งให้สัมภาษณ์กับเบนาร์นิวส์ ขณะรอถ่ายรูปทำบัตรประชาชนเป็นครั้งแรกในชีวิต แม้ว่า ด.ช.เก่ง จะยืนนิ่งและมีสีหน้าเรียบเฉย แต่มือของเก่งเกร็ง และเย็นเฉียบ

นายสุรพงษ์ กองจันทึก อดีตประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้ชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ถือเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการช่วยเหลือให้ ด.ช.เก่งได้รับสัญชาติไทย ในวันนี้ กล่าวว่า ยังมีเด็กไร้รากเหง้าที่เกิดในประเทศไทย แต่ไม่สามารถติดตามพ่อแม่ที่แท้จริงมายืนยันบุคคลตัวตนได้อีก 400 คน ในสถานสงเคราะห์เด็กของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รอการขอรับสัญชาติไทย และยังมีอีกจำนวนมากที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่นอกสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศ

“เก่ง เป็นเด็กไร้รากเหง้าที่เกิดในประเทศไทยคนแรกที่ได้สถานะเป็นคนไทยตามกฎหมาย และจะมีสิทธิในการรับบริการจากรัฐทุกด้านเหมือนคนไทยทุกคน รับราชการได้ ลงเลือกตั้งได้ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ด้วย” นายสุรพงษ์ ระบุ

การรับรองสถานะของ ด.ช.เก่ง ครั้งนี้ เกิดจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559 อนุมัติการแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติและสถานะบุคคลของเด็กนักเรียน นักศึกษา และบุคคลไร้สัญชาติที่เกิดในประเทศไทย เปิดโอกาสให้เด็กที่เกิดในประเทศไทยแต่ถูกทอดทิ้งไม่ทราบว่าบิดามารดาเป็นใคร สามารถยื่นขอสัญชาติได้ โดยต้องมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี

ส่งผลให้เด็กชาย-หญิง จำนวน 400 คน ในสถานสงเคราะห์ของรัฐบาลสามารถขอรับสิทธิการเป็นพลเมืองไทยโดยกำเนิดเช่นเดียวกับ ด.ช.เก่ง และอีกจำนวนหลายหมื่นที่อาศัยอยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

“กรณีของ เก่ง ใช้เวลาสามปี ตั้งแต่ไปขอใบรับรองการเกิดที่โรงพยาบาล และให้ศาลอนุญาตให้น้องเข้ามาอยู่ในความคุ้มครองของเรา  ก่อนจะออกเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อเอามาแสดงตน ถือว่าไม่นาน แต่ถ้าไม่มีหลักฐานอะไรเลย จะยากมาก” นางณัชฐินี ปลีกล่ำรัตนศิริ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์ กล่าวกับเบนานิวส์

นางณัชฐินี ระบุด้วยว่า ยังมีเด็กชาย-หญิง กรณีคล้าย ด.ช.เก่ง ที่เป็นคนไร้รากเหง้าอาศัยอยู่ในประเทศไทยต้องการขอสัญชาติ แต่อาศัยอยู่นอกสถานสงเคราะห์อีกจำนวนหลักหมื่นคน ซึ่งผู้ที่อุปการะ หรือ ผู้ปกครอง ควรนำมาแสดงตนและขอรับสัญชาติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (The United Nations High Commissioner for Refugees: UNHCR) ระบุว่า ประเทศไทยให้ที่พักพิงกับบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติที่ได้ลงทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยแล้วจำนวนกว่า 400,000 คน ซึ่งผู้แทนจากยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าวชื่นชมประเทศไทยจากมาตรการดังกล่าวในความพยายามแก้ปัญหาเรื่องคนไร้สัญชาติของรัฐบาลไทย

วันนี้... ที่รอคอย

 

นายสุลต่าน อาเหม็ด อายุ 62 ปี ชาวโรฮิงญา เล่าว่า ด.ช. เก่ง เป็นเหมือนลูกชายแท้ๆ ของตน เพราะได้ช่วยเหลือดูแล ด.ช.เก่ง มาตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ชาวพม่า ซึ่งต่อมาทิ้ง ด.ช.เก่ง ที่เกิดได้เพียง 45 วัน ให้นายสุลต่านและภรรยาดูแล ก่อนเดินทางไปทำงานทางภาคใต้ของประเทศไทยและไม่กลับมาอีกเลย

นายสุลต่าน ซึ่งมีสถานะเป็นคนไร้สัญชาติเช่นเดียวกัน ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตากับผู้สื่อข่าวเบนานิวส์ว่า ตนได้ยื่นเรื่องขอรับ ด.ช.เก่ง เป็นบุตรบุญธรรมมาเป็นเวลา 11 ปีแล้ว โดยที่ ด.ช.เก่ง ไม่เคยรู้เลยว่าตนเองมีสถานะเป็นเพียงผู้อุปถัมป์ จนกระทั่ง 2-3 ปีที่ผ่านมา ศาลเยาวชนฯ มีคำพิพากษาให้ ด.ช.เก่ง อยู่ในการปกครองของสถานสงเคราะห์ เพื่อให้สถานสงเคราะห์ขอเอกสารรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลย่านรามอินทรา เพื่อนำขอรับรองสัญชาติไปใช้ทำบัตรประชาชน เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ แม้ว่าในชีวิตประจำวัน ด.ช.เก่ง จะยังใช้ชีวิตกับนายสุลต่านได้ตามปกติ

“ดีใจที่สุดในชีวิต เขาคือลูกของผม ไม่ใช่เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ ตอนนี้เขาได้เป็นคนไทยแล้ว ผมอยากให้เขาเป็นทหาร เป็นคนดี รับใช้ชาติไทย” นายสุลต่านให้สัมภาษณ์ ขณะใช้ฝ่ามือทั้งสองปาดหยาดน้ำตาทั้งสองข้าง “ผมมีบัญชีเงินฝากให้เขา มีประกันชีวิตให้เขา ทำพินัยกรรมให้เขา ยกให้เขาหมด ต่อจากนี้ผมจะได้นอนตาหลับ ผมดีใจจริงๆ”

ต่อจากนี้ นายสุลต่าน จะได้ยื่นคำร้องขอรับ ด.ช.เก่ง เป็นทายาทตามกฎหมาย เป็นผู้มีสิทธิในพินัยกรรม ทรัพย์สินของนายสุลต่าน ทุกบาททุกสตางค์

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ .. เด็กไร้รากเหง้าในไทย

 

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ย้ำว่า ด.ช.เก่ง เป็นเด็กคนแรกในจำนวนเด็กไร้รากเหง้ามากกว่าหมื่นคน ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นเด็กไร้สัญชาติ ไม่ใช่พลเมืองของประเทศไทย หากถูกจับได้จะเป็นบุคคลเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงต้องทำให้เด็กๆ เหล่านี้เข้ามาแสดงตน พิสูจน์ว่าเกิดในเมืองไทย เพื่อได้รับสัญชาติไทย มีสิทธิพลเมือง สิทธิในการประกอบอาชีพ สิทธิในการศึกษา สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากรัฐ สิทธิในที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกับคนไทยคนอื่นๆ

“จริงๆ เด็กเหล่านี้เป็นพลเมืองไทยตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2559 แล้ว แต่ต้องมาพิสูจน์ แจ้งชื่อ รับสัญชาติไทย เพื่อสิทธิในความเป็นพลเมืองไทยและได้รับความคุ้มครองจากรัฐ” นายสุรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

แหล่งที่มาของข่าว  : https://www.benarnews.org/thai/news/TH-stateless-boy-02282018135748.html