ชีวิตที่ไม่ยอมแพ้ต่อความไร้รัฐไร้สัญชาติ

Primary tabs

ชีวิตที่ไร้สัญชาติเหมือนถูกขังอยู่ในกรงแคบๆ ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร? จากเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาผู้ซึ่งไม่สามารถเดินทางไปสหรัฐอเมริกากับครอบครัวเนื่องจากเรื่องปัญหาสัญชาติไทย เด็กน้อยคนนั้นต้องถูกพลาดจากพ่อแม่และอาศัยอยู่กับยายในสถานะเด็กไร้สัญชาติที่ประเทศไทย เด็กน้อยคนนั้นก็คือผมเอง และนี่ก็เป็นเรื่องราวของผม
 
ถึงแม้ไร้รัฐไร้สัญชาติแต่ผมไม่เคยยอมแพ้ ผมเชื่อเสมอว่าการศึกษาจะช่วยให้ผมได้รับการแก้ปัญหา ความรู้สึกของคนไร้สัญชาติเป็นอย่างไร? ผมไม่เคยลืมความรู้สึกนั้น เวลาที่ผมนึกถึงปัญหาความไร้สัญชาติของตนเอง ผมรู้สึกเหมือนว่าตนเองนั้นกำลังอยู่ในวงเวียนที่มืดบอดไม่มีแสงและทางออก และผมก็นึกถึงปัญหานี้ของตนเองเกือบทุกวันและคิดใครครวญมากขึ้นเมื่อผมโตขึ้น ผมพยายามทำทุกวิธีทางที่เป็นไปได้เพื่อให้ผมได้รับการรับรองสัญชาติไทย ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่อำเภอจนนับครั้งไม่ถ้วน เป็นเรื่องที่ปกติมากและทุกครั้งที่ไปติดต่อก็ไม่เห็นเห็นหนทางว่าจะได้สัญชาติ เนื่องจากผมเองก็ไม่เข้าใจปัญหาของตนเองและเจ้าหน้าที่เองก็ไม่เข้าใจปัญหาของผมด้วย!
 
แล้ววันนี้ผมหาทางออกให้ตนเองได้อย่างไร? ทุกปัญหานั้นมีทางออกครับ ผมไม่ยอมแพ้กับความไม่ยุติธรรมที่ผมได้รับ ผมเชื่อว่าทุกคนเกิดมาต้องมีสัญชาติและการไม่ได้รับการรับรองสัญชาติรวมทั้งการไม่มีแม้แต่รัฐไหนรับรองว่าเราเป็นมลเมืองของรัฐนั้นก็เสมือเราไม่ได้รับการรับรองความเป็นคนคนหนึ่งในโลกนี้ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่ผมเริ่มหาวิธีต่างๆที่จะช่วยตัวผมเองและพยายามทำความเข้าใจกับปัญหาของตนเองให้มากที่สุด 
 
การได้รับการรับรองสัญชาติของผมนั้นจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าขาดคนเหล่านี้ เริ่มจากพี่ยอดซึ่งเป็นคนจุดประเด็นของผมให้ผู้ที่สามารถช่วยผมได้ นั้นคือท่านอาจารย์แหวว อาจารย์เชอรี่ และคณะทำงาน นอกจากนี้ยังมีพี่ๆจากมูลนิธิกระจกเงาเชียงราย รวมทั้งคณาจารย์จากสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยเฉพาะอาจารย์สมพร นอกเหนือจากนี้คงขาดไม่ได้คือ นายอำเภอเวียงแก่นที่รับฟังเรื่องราวของผมและพิจารณาตามข้อกฎหมาย สุดท้ายก็นำมาซึ่งการได้รับการรับรองสัญชาติไทยของผม
 
หลังจากการได้รับการรับรองสัญชาติไทยก็เหมือนมีแสงสว่างเข้ามาในชีวิตของผม ผมมีอิสระในการเดินทาง ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าผมคือคนไทย ผมมั่นใจได้ว่าผมจะอยู่ในประเทศไทยที่ซึ่งผมรักและผูกพันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้โอกาสต่างๆก็เข้ามาหาผมมากขึ้นและผมสามารถที่จะคว้าโอกาสเหล่านั้นได้ด้วย เช่น ผมได้รับรางวัล Nursing Student Award 2015 และสิ่งที่ผมดีใจที่สุดตอนนี้ก็คือ ผมได้รับโอกาสที่จะได้ไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนในโครงการ Global UGRAD 2016 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 ภาคการศึกษา ซึ่งเป็นทุนการศึกษาจากสถานทูตอเมริกันประจำประเทศไทย และ Fulbright Thailand 
 
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการแก้ปัญหาความไร้สัญชาติแบบผม ประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องความไร้รัฐไร้สัญชาติของคนไทยอีกมาก ผมขอใช้คำว่า “คนไทย” เพราะเขาเหล่านั้นเป็นคนไทยที่ไม่ได้รับการรับรองสัญชาติไทย ที่น่าเสียใจกว่านี้คือปัญหานักศึกษาไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทยซึ่งจะเป็นกำลังของชาติในอนาคต ท้ายที่สุดนี้ผมขอฝากไว้ว่า “คนไร้สัญชาติเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเรียนรู้และหาทางออกให้กับตนเองได้ครับ”