คาดชงร่างพ.ร.บ.ปฐมวัยเข้าครม.พ.ค.61

กอปศ.เร่งยกร่างพ.ร.บ.การปฐมวัยแห่งชาติ..ตั้งคณะกรรมการฯ-สำนักงาน คาดขึ้นกับสำนักนายกฯ ย้ำดูแลเด็กครอบคลุมทุกด้าน เตรียมประชุมระดมความเห็นเคาดเสนอครม.พ.ค.61

กอปศ.เร่งยกร่างพ.ร.บ.การปฐมวัยแห่งชาติ..ตั้งคณะกรรมการฯ-สำนักงาน คาดขึ้นกับสำนักนายกฯ ย้ำดูแลเด็กครอบคลุมทุกด้าน เตรียมประชุมระดมความเห็นเคาดเสนอครม.พ.ค.61

         ในการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ซึ่งถือเป็นการประชุมนัดสุดท้ายของปี 2560 เมื่อวันที่  26 ธันวาคม 2560 ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธาน กอปศ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเตรียมยกร่างพ.ร.บ.การปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งจะเร่งดำเนินการในปี 2561 หลักใหญ่ของการยกร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ จะมีการตั้งคณะกรรมการการปฐมวัยแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการการปฐมวัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงาน มีลักษณะคล้ายกับซุปเปอร์บอร์ดเพื่อเป็นแกนหลักในการดำเนินงาน ส่วนจะขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ก็มีโอกาสจะเป็นไปได้จะให้อยู่ในกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนจะให้ใครเป็นประธานนั้น ยังต้องหารือกันต่อไป

          “สาเหตุที่ต้องมีคณะกรรมการการปฐมวัยฯ ชุดนี้ เพราะที่ผ่านมามีงานวิจัยระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกระบุชัดเจนว่า การลงทุนกับเด็กเล็กให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าการลงทุกกับผู้ใหญ่ เพราะเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ อีกทั้ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดเด็กทุกคนต้องได้รับการดูแล พ.ร.บ.ฉบับนี้จะดูแลครอบคลุมทั้ง เด็กสัญชาติไทยที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เด็กที่เกิดในประเทศไทย แต่ไม่ได้สัญชาติไทย เด็กที่เกิดชายแดนไทย เด็กไร้สัญชาติ ตลอดจนเด็กต่างด้าว ก็เป็นหน้าที่ที่ประเทศไทยต้องดูแล เพราะประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ทั้งในด้านความมั่นคง และด้านการพัฒนาประเทศในพื้นที่ชายแดน

 

         แต่การให้ทุนต่างๆ จะเน้นให้ความดูแลและช่วยเหลือเด็กสัญชาติไทยก่อน โดยในการดูแลเด็กเล็กต้องดูเรื่องความเหลื่อมล้ำ คุณภาพ ความหลากหลายทางสังคมเหล่านี้อาจเป็นปัญหาสำหรับเด็ก ซึ่งไม่สามารถแก้ไขโดยปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติได้ ต้องวางระบบให้ชัดเจน”ศ.นพ.จรัส กล่าว

         ทั้งนี้ หน่วยงานที่ดูแลเด็กเล็กนั้นไม่ได้มีแค่ 4 หน่วยงาน คือ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ ) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เกี่ยวข้องเท่านั้น ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ด้วยจำเป็นต้องมีกลไกกลาง แม้ปัจจุบันจะมีคณะกรรมการการการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ซึ่งมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งจะหมดอายุไปพร้อมกับรัฐบาล เพราะฉะนั้น การจัดทำร่างพ.ร.บ.การปฐมวัยแห่งชาติ จะทำให้การทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้มีความยั่งยืน และการทำงานมีความเชื่อมโยงหลายกระทรวง รวมถึงจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะใช้เงินส่วนหนึ่งจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยในการดูแลบริหารงานด้วย

          ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องไปรับฟังความคิดเห็นซึ่งเป็นกฎหมายที่จะต้องเร่งดำเนินการคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ภายในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2561 นี้ ทั้งนี้ การจัดทำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 54 เรื่องสิทธิเด็กไทย ซึ่งจะเป็นในส่วนของการดูแลเด็ก ทุกคนที่มีอายุ 3 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือ เด็กในวัยเรียน ให้ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

         ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 2-3 ปีหรือ เด็กเล็กต้องได้รับการดูแลและพัฒนา ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดว่าให้เริ่มดำเนินการทันที่ ขณะที่เด็กต่างชาติการดูแลจะเป็นไปตาม อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) เป็นสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่มีข้อตกลงร่วมกันในการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก