ความไม่เป็นธรรม ไม่เคยเปลี่ยน: ครอบครัว ‘แวมะนอ’ สะท้อนกรณีข่าวผู้นำบีอาร์เอ็นคนใหม่

 

Tue, 2017-04-04 20:25
 

“รัฐเชื่อว่าพ่อเป็นแกนนำผู้ก่อความไม่สงบมาตลอด ไม่แปลกที่จะจัดวางรายชื่อพ่อตามโครงสร้างต่างๆ ที่รัฐอยากให้เป็น ทุกอย่างที่เกิดเป็นระยะเหมือนเพียงเพื่อจะโดดเดี่ยวครอบครัวเรา” ลูกชายดุลเลาะ แวมะนอ อดีตผู้บริหารปอเนาะญิฮาดกล่าว หลังมีข่าวพ่อได้รับตำแหน่งประธานบีอาร์เอ็น แทนสะแปอิง บาซอ


ภาพจากศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือครอบครัวโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยา

เดือนมีนาคมปีนี้ ครบรอบ 1 ปีงานระดมทุนช่วยซื้อที่ดินให้ ครอบครัวแวมะนอ และเพื่อจัดสร้างโรงเรียนปอเนาะแห่งใหม่ขึ้นโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยาปิดร้างมานานตั้งแต่ปี 2548 ที่มีการปิดล้อมตรวจค้นอย่างหนักหลังเหตุการณ์การปล้นปืนที่ค่ายปีเหล็งตอนต้นปี 2547 และถูกสั่งปิดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2548  ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็คอยจับตาดูปอเนาะแห่งนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบุคคลที่ยังเดินเข้า-ออกโรงเรียน การจับตาดังกล่าวสะท้อนชัดว่าเจ้าหน้าที่ปักใจเชื่อว่าเปาะสูเลาะ มีอิทธิพลขับเคลื่อนความขัดแย้งในปาตานี อ่านต่อ

ต่อมา 15 ธันวาคม 2558 ศาลแพ่งมีคำพิพากษายึดที่ดินอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนญิฮาดวิทยา หรือ "ปอเนาะญิฮาด" ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542  เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่สนับสนุนการก่อการร้าย   อ่านต่อ  ทางครอบครัวและศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือครอบครัวโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยาได้มีการจัดงานกินข้าวยำสมทบทุนช่วยเหลือครอบครัวในวันที่ 19 มีนาคม 2559 ซึ่งผลปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชน ประชาสังคม นักการเมือง ผู้นำศาสนาในพื้นที่เป็นอย่างดี รวมยอดการบริจาคเป็นเงินสี่ล้านกว่าบาท  ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารและต่อเติมมัสยิด อ่านต่อ   

ด้วยความเป็นปอเนาะที่เป็นเสมือนหัวใจการเรียนรู้วิถีอิสลาม อันเป็นคุณค่าร่วมของสังคมปาตานีชายแดนใต้มายาวนาน  อีกทั้งความรู้สึกร่วมว่าเป็นผู้ถูกกระทำจากส่วนกลาง ก่อให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อการตัดสินคดีความที่คนทั่วไปในพื้นที่ต่างก็รู้สึกว่าอยุติธรรม ผลของคำพิพากษาได้สร้างความไม่เข้าใจให้กับฝ่ายครอบครัวแวมะนอ โดยนางยาวาฮี และนายบัลยาน แวมะนอ ภรรยาและลูกชายของนายดูนเลาะ   รวมทั้งศิษย์เก่าของโรงเรียน และประชาชนในพื้นที่ เพราะเห็นว่าที่ดินอันเป็นที่ตั้งของปอเนาะญิฮาด ซึ่งมีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 นั้น เป็นมรดกที่ตกทอดถึงยาวาฮีซึ่งเป็นภรรยาของดุลเลาะ และพี่น้องรวม 5 คน ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของนายดูนเลาะ ซึ่งนางยาวาฮีกับพี่น้องคนอื่นๆ ที่มีชื่ออยู่ในเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยไปกับสามีของเธอด้วย อ่านต่อ           


บรรยากาศความคึกคักของงานกินข้าวยำระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวโรงเรียนญิฮาดวิทยา หลังศาลสั่งยึดที่ดิน


ภาพการก่อสร้างอาคารบ้านใหม่และอาคารสถานศึกษาชุมชนหลังจาก ศาลสั่งยึดที่ดิน

ดุลเลาะ เป็นลูกชายของโต๊ะอิหม่ามในหมู่บ้านท่าด่านที่ชาวบ้านยอมรับและให้ความไว้วางใจ เป็นศิษย์เอกบาบอเฮงโต๊ะครูปอเนาะญิฮาดและยังเป็นเขยของท่านด้วย หลังจากบาบอเฮงถูกยิงเสียชีวิตในปี 2520 ด้วยความสามารถทางวิชาการอิสลามนายดุลเลาะจึงได้รับเลือกให้เป็นครูใหญ่ปอเนาะญิฮาดในเวลาต่อมา มีการบูรณาการระบบการศึกษาจากระบบปอเนาะแบบดั้งเดิม และนำเอาหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนหรือ (กศน.)มาใช้ จากปอเนาะญิฮาดถูกเปลี่ยนเป็น “โรงเรียนญิฮาดวิทยา” อ่านต่อ  หลังเหตุการณ์ปล้นปืนค่ายปิเหล็งในวันที่ 4 มกราคม 2547 สถาบันปอเนาะหลายแห่ง โต๊ะครูหลายคนตกเป็นผู้ต้องสงสัยและถูกออกหมายจับ ในปี 2548 มีการออกหมายจับหลายราย หนึ่งในนั้นมีนายดุลเลาะ ครูใหญ่โรงเรียนญิฮาดวิทยาด้วย  ปัจจุบันหน่วยงานความมั่นคงคาดว่า เขาหลบหนีไปอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย

เรื่องราวเหมือนจะจบลงไปแล้ว กระทั่งวันที่ 20 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา Benarnews ได้นำเสนอข่าวการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบีอาร์เอ็น หรือขบวนการกู้ชาติปาตานีที่เชื่อกันว่ามีบทบาทมากที่สุดในปัจจุบัน โดยมีการแต่งตั้งให้นายดุลเลาะ แวมะนอ อดีตครูใหญ่โรงเรียนปอเนาะญีฮาดขึ้นมาเป็นประธานสภาองค์กรนำ แทนสะแปอิง บาซอ ผู้ต้องหาคดีแบ่งแยกดินแดน ค่าหัว 10 ล้านบาท แกนนำระดับสูงสุดของบีอาร์เอ็นที่เสียชีวิตขณะหลบหนีอยู่ในมาเลเซียในวัย 81 ปี (อ่านที่นี่)

ข่าวนี้จะส่งผลอย่างไรต่อครอบครัวแวมะนอที่อยู่ในห้วงเวลาของการฟื้นฟูครอบครัวและสถานศึกษาของชุมชน   

นายบัลยาน แวมะนอ บุตรชายนายดูลเลาะห์แวมะนอ กล่าวว่า เขารู้สึกไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากทางครอบครัวได้ตั้งข้อสังเกตกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ประสบพบเจอทั้งก่อนที่จะถูกศาลสั่งยึดที่ดิน และการมาเยือนของเจ้าหน้าที่รัฐที่ถี่มากขึ้นหลังจากที่ชาวบ้านพี่น้องประชาชน ประชาสังคมทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูครอบครัวและสถานศึกษาชุมชนท่าด่าน   

“รัฐเชื่อว่าพ่อเป็นแกนนำผู้ก่อความไม่สงบมาโดยตลอด จึงไม่แปลกที่จะมีการจัดวางรายชื่อของพ่อตามโครงสร้างต่างๆที่รัฐอยากให้เป็น” บัลยานกล่าว  


เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพบปะนายบัลยาน แวมะนอ

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเผยแพร่ภาพ “หมายจับตาย” แกนนำบีอาร์เอ็นในโลกออนไลน์ เป็นภาพที่อ้างถึงสำนักการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  หนึ่งในนั้นมีภาพดุลเลาะ แวมะนอ โดยมีรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท แม้ว่าทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมาปฏิเสธว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าไม่มีประกาศจับตายกลุ่มก่อความไม่สงบ และยืนยันเจ้าหน้าที่ยึดหลักสันติวิธี อ่านต่อ   แต่ทางครอบครัวยังคงกังวลถึงเจตนาของการเผยแพร่ภาพดังกล่าวนั้นว่าต้องการอะไร   

“อยากถามว่าเจ้าหน้าที่รัฐสามารถตัดสินชีวิตคน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ยุติธรรมได้หรือไม่ เมื่อ กอ.รมน. ปฏิเสธว่าภาพดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความจริง ทำไมไม่สามารถนำตัวผู้ที่เผยแพร่ภาพดังกล่าวมารับผิดชอบต่อการกระทำของเขา” บัลยานกล่าว  

“มันรู้สึกเหมือนทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ คือความพยายามเพียงเพื่อจะโดดเดี่ยวครอบครัวเรา” ลูกชายดุลเลาะกล่าว

ส่วนข่าวที่ว่าบิดาของเขาขึ้นเป็นผู้นำบีอาร์เอ็นนั้น บัลยานกล่าวว่า ไม่รู้เรื่องนี้ เพราะบีอาร์เอ็นเป็นองค์กรลับ คนที่ศึกษาเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ปาตานีต่างก็รู้ดีว่าบีอาร์เอ็นให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรลับ จึงไม่รู้ว่าโครงสร้างบีอาร์เอ็นเป็นแบบไหน อย่างไร

ด้านพันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า ยังไม่ทราบข่าวการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ได้ยินมาบ้างอย่างคร่าวๆ ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสเรื่องนี้มาเรื่อยๆ ...ถือเป็นเรื่องใหญ่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด อ่านต่อ

 
 

 

2017-04-05