การรอคอยที่เต็มไปด้วยความลำบาก ไช แซ่ล่อ กว่าจะได้สัญชาติไทยตามมาตรา 23

Primary tabs

นายไช แซ่ล่อ เกิดที่ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก วันที่ 9 มกราคม 2533 มีเลข 13 หลักคือ 6-5007-XXXX8-38-0
บิดาชื่อ นางเพ่งจี่  แซ่ล่อ เกิดที่ประเทศลาว วันที่ 12 กรกฎาคม 2510 มีเลขประจำตัว 13 หลัก 61909-XXXX1-82-0
มารดาชื่อ นางเซีย แซ่จ๊ะ เกิดที่ประเทศลาว วันที่  8 มีนาคม 2505 มีเลขประจำตัว 13 หลัก 6-1909-XXXX1-83-8

            บิดาของไช แซ่ล่อ เป็นลูกคนกลุ่มม้งกลุ่มที่ 1 (กลุ่มที่ทำคุณประโยชน์ ช่วยทหารไทยสู้รบที่ อ.ชาติตระการ  จ.พิษณุโลก ) มาจากถ้ำกระบอก จ.สระบุรี มาอาศัยอยู่ที่เอราวัณรีสอร์ท อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2546 จำนวน 46 คนโดยมีทหารไทยพามาอยู่  แต่ในปี 2549 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดเชียงใหม่เข้าจับกุม ถูกดำเนินคดีข้อหาเป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง และจะถูกบังคับไล่ออกจากพื้นที่ ทำให้ต้องถูกรื้อบ้านให้ไปอยู่ที่อื่น โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือใดใดจากทางทหารที่ให้สัญญาไว้ว่าจะจัดที่อยู่อาศัยและให้สัญชาติไทย จึงพากันมาเช่าบ้านคนไทยที่บ้านโป่งแยง      อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ อาศัยอยู่ ต้องอยู่อย่างลำบากเพราะไม่มีที่ทำกิน บ้านต้องเช่า ปัจจุบันได้รับการสำรวจเบื้องต้นจำนวน 66 คน ที่ได้รับการสำรวจจากอำเภอแม่ริมจำนวน 34 คน แต่ยังไม่มีใครที่ได้สถานะถูกต้องตามกฎหมาย และมีสัญชาติแม้แต่รายเดียว

               การต่อสู้ของไช และกลุ่มม้งที่มาด้วยกันที่เหลือยู่จำนวน 5 ครอบครัว 20 คน เริ่มดำเนินการยื่นเรื่องของตนเองในปี 2553 ไปยื่นทำหนังสือแจ้งเกิดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 เมื่อได้หนังสือแจ้งเกิดมาก็เข้าไปติดต่อที่    อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พยายามติดต่อ สอบถามกับเจ้าหน้าที่หลายครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบว่าให้ดำเนินการอย่างไร ไชเริ่มท้อ ไม่มีกำลังใจใดใดที่เป็นแรงผลักดัน จนกระทั่งวันที่ 23 สิงหาคม 2558 ได้มาพบปะ พูดคุยกับคนทำงานด้านสถานะบุคคลโดยศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชนและมูลนิธิศึกษาพัฒนาประชาชนบนที่สูง ในการจัดคลินิกเคลื่อนที่ร่วมกับสายด่วนรัฐสภา ที่ห้องประชุมอ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จึงเป็นการเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหาร่วมกัน และได้รับคำแนะนำว่าต้องดำเนินการอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ไชเริ่มมีความหวังอีกครั้ง

ไชไม่ได้ติดตามเรื่องราวของตนเองกับทางอำเภออย่างเดียว  ได้เข้าร่วมประชุม อบรม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สถานการณ์ปัญหาของตนเองกับกลุ่มคนไร้สัญชาติที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน และได้สะท้อนปัญหาให้กับสังคมให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับรู้ถึงความทุกข์ยาก ลำบาก ในการดำรงชีวิตประจำวัน ของกลุ่มม้งแม่ริม ที่แตกต่างจากกลุ่มม้งกลุ่มอื่น ๆ ที่มีหมู่บ้านอาศัยรวมกัน มีบ้านเป็นของตนเอง มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง สำหรับพวกเขาหลังปี 2549 ต้องพบกับอุปสรรคมากมาย ไร้สัญชาติไม่พอ ยังไร้บ้าน ไร้ที่ทำกิน  หลายคนพลัดพรากจากครอบครัว หลายคนมีชีวิตอยู่อย่างเดียวดายเพียงลำพังไม่มีลูกหลาน เมื่อได้มีโอกาสพูดเล่าเรื่องราว ต้องร่ำให้กับโชคชะตาของตนเอง ทุกอย่างไม่ได้เป็นแค่ความหวัง ไชและคนม้งแม่ริมได้ร่วมกันต่อสู้ ดำเนินการยื่นคำร้องพิสูจน์สถานะบุคคลของตนเอง ทางศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน ได้ติดตามให้คำแนะนำและให้ความรู้ โดยการลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยือนและเก็บบันทึกข้อมูลไว้ 1เพื่อวิเคราะห์ช่องทางการยื่นคำร้องที่ถูกต้องตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายพร้อมกับจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกับเครือข่ายสถานะบุคคล กรณีของกลุ่มม้งที่มาจากถ้ำกระบอก จ.สระบุรี ให้กับอธิบดีกรมการปกครองและหน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้อง จนมีหนังสือสั่งการจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่มท.0309.1/ว 37 ลงวันที่ 28 กันยายน 2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาแก่ชนกลุ่มน้อยกลุ่มม้งถ้ำกระบอก ให้นายทะเบียนทุกจังหวัด ที่มีกลุ่มม้งจากถ้ำกระบอกมาอาศัยอยู่ ได้ดำเนินการช่วยเหลือรับคำร้อง และให้รวบรวมรายชื่อผู้ยื่นคำร้องส่งสำนักทะเบียนกลางเพื่อพิจารณาปรับปรุงรายการบุคคลในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร

 

ผลการวิเคราะห์กรณีของไช แซ่ล่อโดยคำแนะจากศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน (DCCN) จังหวัดเชียงใหม่

             นายไช  แซ่ล่อ ถือว่าเป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ผลของการประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 กล่าวคือเป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทยระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2515 ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2535 (เกิดก่อนพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ใช้บังคับ โดยมีบิดาและมารดาเป็นต่างด้าวและบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวที่ได้รับผ่อนผันให้อาศัยอยู่ราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวหรือเข้ามาอยู่อาศัยอยู่ราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายมาว่าด้วยกฎหมายเข้าเมือง และเป็นบุคคลตามมาตรา 23 ในกลุ่มที่ 2 เพราะเกิดในประเทศไทยและมีหนังสือรับรองการเกิด ระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธุ์ 2535 และในขณะเกิดบิดาหรือมารดาไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีสถานะต่างด้าวและเข้ามาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยกฎหมายเข้าเมือง

 

               การได้เข้าร่วมประชุม การได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง ทำให้ไช มีความมั่นใจในการติดตามคำร้องของตนเองจากทางอำเภอ แต่หลายครั้งที่ติดต่อกับทางอำเภอยังติดขัด ไชถึงกับมีความคิดว่าจะฟ้องศาลปกครอง กรณีของความล่าช้าไม่ดำเนินการใดใด ทั้งที่เอกสารหลักฐานพร้อมทุกอย่าง และนายอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ได้ดูเอกสารแล้ว ทางนายสันติพงษ์  มูลฟอง ผอ.ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน ซึ่งได้ติดตามช่วยเหลือกลุ่มม้งแม่ริมบอกขอเป็นทางเลือกสุดท้าย ขอเจรจากับทางนายอำเภอก่อน

 

ในที่สุด วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ไช แซ่ล่อ ได้ถ่ายบัตรประชาชน

เป็นคนไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย  เป็นคนแรกของกลุ่มม้งแม่ริม

ที่ได้สัญชาติไทย ไชบอกกล่าวด้วยความยินดีว่า “รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงแรกที่ดำเนินการพบแต่อุปสรรค ท้อมากแต่ก็พยายามสู้ คิดว่าถ้าไม่ได้

จริง ๆ ก็จะฟ้องศาลปกครอง สิ่งที่ได้รับเป็นการช่วยเหลือและการให้คำแนะ

นำจากพี่หลวง สันติพงษ์ มูลฟอง และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ คน ต้อง

ขอขอบขอบคุณผอ.วีนัส สีสุข ผู้อำนวยการส่วนการทะเบียนราษฎร

กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ให้คำแนะนำ ติดตามช่วยเหลือ

 

 

 

และสิ่งที่ไชอยากบอกสำหรับคนที่ไร้รัฐ ไร้สัญชาติที่กำลังต่อสู้อยู่ “ให้ทุกคนพยายาม ติดตามเรื่องราวของตนเองจากทางอำเภอบ่อย ๆ เพราะแต่ละอำเภอคงปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมือนกัน บางที่อาจจะดำเนินการให้รวดเร็ว บางที่อาจจะดำเนินการล่าช้า และสอบถามผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องสถานะบุคคล การที่เรามีคนที่เข้าใจ คนที่เห็นใจ เข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ชีวิตมีความหวัง มีพลังใจเพิ่มขึ้นในการพิสูจน์สถานะของตนเองตามกฎหมายที่ถูกต้อง ขอบคุณทาง

ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชนและเครือข่ายสถานะบุคคล ที่ได้ให้การช่วยเหลือคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ขอให้ช่วยต่อไป เพราะยังมีคนอีกหลายๆ คน ต้องการความช่วยเหลืออยู่ครับ”

 

ภาพการถูกรื้อบ้าน ขับไล่ออกจากพื้นที่ในเอราวัณรีสอร์ท

ยังอยู่ในความทรงจำ แม้จะร้องขอกับทางเจ้าหน้าที่ เพราะ

ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ทำกินแต่ไม่เคยได้รับความเห็นใจ  

ทหารที่บอกจะช่วยเหลือก็ไม่มาดูแล สัญญาเหมือนดังสายลม

สายลมที่พัดหายไป ความผิดหวังซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ทำให้ไม่

สามารถไว้วางใจใครได้ ช่วงเวลาของชีวิตต้องอยู่อย่างลำบาก

เดินทางไปที่ไหนต้องจ่ายเงินเพื่อเป็นใบเบิกทางทุกครั้ง

ยอมจำนนกับโชคชะตา ที่ถูกลิขิตไว้ แต่ก็พยายามต่อสู้ดิ้นรนไม่ยอมแพ้ การที่ไช แซ่ล่อ ซึ่งเป็นรุ่นลูกของกลุ่มม้งแม่ริม ได้สัญชาติไทย ทำให้ความหวังที่ริบหรี่กลับมาส่องสว่างไสวในหัวใจกลุ่มม้งแม่ริมอีกครั้ง อย่างน้อยนี่เป็นการพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ใช่คนเถื่อน ไม่ใช่คนลาวอพยพ มีพยาน มีเอกสารที่ถูกต้อง พร้อมที่จะพิสูจน์สถานะของตัวเอง

 

สันติพงษ์  มูลฟอง ผู้ซึ่งติดตามช่วยเหลือ ให้ความรู้ ให้คำแนะนำกลุ่มม้งแม่ริมมาตั้งแต่ต้นกล่าวว่า “กลุ่มม้งแม่ริมที่ยังตกเป็นคนไร้สัญชาติ ซึ่งเกิดจากผลของการที่หนีภัยความตายมาอาศัยอยู่ค่ายผู้ลี้ภัย แต่ด้วยความกลัวตายไม่ประสงค์จะกลับแผ่นดินเกิด ต่างคนดิ้นรนที่จะมีชีวิตที่ดีกว่าพร้อมกับเป็นห่วงลูกหลาน ส่วนหนึ่งได้ตัดสินใจเข้ามาช่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐบาล ด้วยพันธะสัญญาว่าเมื่อใดเสร็จสิ้นภารกิจแล้วจะดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มันเป็นความเข้าใจที่ตกลงกันว่าจะได้มีสถานะบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นการตอบแทนในฐานะที่เป็นผู้มีคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทย จนได้มีมติ ครม. แต่บางวันความฝันได้เริ่มสลาย มิหนำซ้ำถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง ถูกจับดำเนินคดี ถูกบังคับไล่ออกจากที่ดิน ต้องมาตกเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ไร้บ้าน ไร้ที่ดิน ไร้อนาคต แต่ด้วยความเป็นนักสู้ พยายามแสวงหาความร่วมมือ บอกเรื่องราวของตนเอง จนถึงที่สุดได้รับการจดแจ้งจัดทำทะเบียนประวัติอีกครั้ง แต่ด้วยความยากลำบากต่อการดำรงชีวิตที่ผ่านมาของกลุ่มม้งแม่ริม บ้างก็ตายไป บ้างก็หายสาบสูญ บ้างก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่กลุ่มที่เหลืออยู่ ทางศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชนโดยความร่วมมือกับมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคลพร้อมเครือข่ายสถานะบุคคลหลาย ๆ องค์กร ได้ให้คำปรึกษา ประสานงาน จัดทำข้อมูล แต่มีเป้าหมายว่าจะทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อจะให้มีการแก้ไขปัญหาไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ ยังมีกลุ่มลักษณะเดียวกันอีกค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดตาก, จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น แต่สำหรับบางคนที่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อพิสูจน์สถานะตนเองได้ก็ให้ดำเนินการไป นายไช แซ่ล่อ เป็นรายแรกที่ได้รับอนุมัติสัญชาติไทย เป็นกลุ่มที่ได้คืนสัญชาติตามมาตรา 23 ซึ่งเป็นความพยายามของตัวเองและครอบครัว ที่มีความตั้งใจ แล้วหวังว่าจะเป็นแบบอย่างให้คนอื่นใช้เป็นแนวทางการดำเนินการต่อไป”

                การดำรงชีวิตที่ผ่านมา ผ่านการหล่อหลอมความยากลำบาก เป็นบทเรียนและบทพิสูจน์ของการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ไชเองมีอิสระในการดำเนินชีวิตมากขึ้น เป็นความหวังของครอบครัว  ลูกอีกสองคนของเขากำลังเข้าสู่กระบวนการเพิ่มชื่อตามบิดา เพราะบิดาได้สัญชาติไทยเมื่อกฎหมายให้ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551  เราได้เห็นรอยยิ้มของไช แซ่ล่อ ในวันที่มาพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง ในเวทีเสวนา “การประกอบอาชีพของคนไร้สัญชาติในประเทศไทย ตามความรู้ ความสามารถของตนเอง” เป็นเวทีเปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักศึกษาไร้สัญชาติ ได้มีเวทีแลกเปลี่ยนปัญหา ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังเรียนจบจะทำงานตามที่หวังได้หรือไม่ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ศูนย์ชาติพันธุ์ศึกษาและการพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโดยศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน รอยยิ้มของไชเป็นรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้อง ๆ ที่กำลังดำเนินการยื่นคำร้องพิสูจน์สถานะของตัวเองให้พยายามและต่อสู้ต่อไป แม้จะต้องรอคอยนานแสนนานและพบความยากลำบากเพียงไหนก็ตาม

 

พัชยานี  ศรีนวล ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน (DCCN) จังหวัดเชียงใหม่