การรอคอยด้วยความหวัง แต่สิ่งที่หวังกลับเลือนราง

Primary tabs

การรอคอยด้วยความหวัง แต่สิ่งที่หวังกลับเลือนราง 
กรณีที่น่าเศร้า ของนายบุลกิต  จะอู๋ เด็กไร้สัญชาติ บ้านเจียจันทร์ หมู่ที่ 13  ตำบลเมืองนะ  อำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่  
 
นายบุลกิต  จะอู๋ เป็นชนเผ่าลาหู่ เกิดวันที่ 19  เดือน กรกฎาคม  2537 อายุ 19 ปี  มีพี่น้องร่วมบิดา มารดา 3 คน พี่สาวชื่อ นางสาวพิสมัย  จะอู๋ อายุ 23 ปี  น้องชายชื่อ เด็กชายวีรภัทร จะอู๋ อายุ 16 ปี   บิดาชื่อ นายปะแต๋ จะอู๋   เลขบัตร  5-5004-01092-70-1  มารดาชื่อ นางนาแส ป่าแล เลขบัตร  5-5004-01092-71-9

การดำเนินการยื่นคำร้อง

บิดาคือนายปะแต๋ จะอู๋  ได้ยื่นคำร้องตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543(ระเบียบ 43)  เมื่อวันที่ 22 เดือนมิถุนายน 2550  ณ สำนักทะเบียนอำเภอเชียงดาว  จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่อำเภอให้แยกเป็นสองคำร้อง คือ ให้นางสาวพิสมัย  จะอู๋ ยื่นคำร้องเอง และอีกคำร้องให้บิดา มารดา ยื่นคำร้องนายบุลกิต จะอู๋ และน้องชาย เด็กชายวีรภัทร จะอู๋ โดยทั้งสามคนได้ตรวจ DNA กับแม่เพราะน้องไม่มีเอกสารทางทะเบียนราษฎรแต่อย่างใด ต่อมาอำเภอเชียงดาวส่งคำร้องของบ้านบุลกิตกลับมาให้สำนักทะเบียนเทศบาลตำบลเมืองนะให้ทำบันทึกเสนอ สำนักทะเบียนเทศบาลตำบลเมืองนะได้ทำบันทึกเสนอลงวันที่ 10 ตุลาคม 2554 และส่งคำร้องให้อำเภอเชียงดาวเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554

 

หลังจากนั้น ได้รับการอนุมัติคำร้องจากนายอำเภอ มนัส  ขันใส  เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555

สำนักทะเบียนอำเภอเชียงดาว ส่งเรื่องขอไปยังสำนักทะเบียนกลาง ทางกรมการปกครองกำหนดเลข ตาม

หนังสือสำนักทะเบียนอำเภอเชียงดาว  ที่ชม.0417 /4858 ลงเมื่อวันที่ 28  พฤศจิกายน 2555

สำนักทะเบียนกลาง ท้วง เรื่องของนาย บุลกิต จะอู๋ ว่าสำนักทะเบียนเชียงดาว แจ้งว่าไม่มีเลขประจำตัว แต่

จาการตรวจสอบรายการในฐานข้อมูล พบว่ามีเลขประจำตัว 0-5004-89011-96-4 จึงขอให้สำนักทะเบียนสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเป็นบุคคลเดียวกันจริงหรือไม่ ถ้าเป็นให้จัดส่งแบบสำรวจ 89 ให้สำนักทะเบียนกลาง

 

สำนักทะเบียนเทศบาลเมืองนะ ได้ดำเนินการเรียกสอบข้อเท็จจริง โดยเรียก เรียกบิดานายบุลกิต จะอู๋ , กำนันตำบลเมืองนะ และตัวของนายบุลกิต จะอู๋ เกี่ยวกับเลขประจำตัว 13 หลัก ได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นบุคคลเดียวกันจริงมีหมายเลขบัตรผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน เลข 0-5004-89011-96-1 แล้ว

 

หลังจากสอบบันทึกข้อความรับรองบุคคล  รายนายบุลกิต จะอู๋ สำนักทะเบียนเทศบาลเมืองนะ ได้ทำหนังสือส่งกรม ตาม หนังสือที่ชม. 56401/ท.ร.651 ลว.10 กันยายน 2556 สรุปเป็นบุคคลคนเดียวกันจริงตามที่กรมแจ้ง สาเหตุ ที่แจ้งว่าไม่มีเอกสารทางทะเบียนและบัตร เพราะไม่ทราบว่านายบุลกิต มีเลข เนื่องจากโรงเรียนเป็นผู้สำรวจ ซึ่งขณะที่สำรวจ นายบุลกิต ยังเป็นเด็ก และทางโรงเรียนไม่ได้แจ้งไว้ จึงไม่ทราบว่าตนเองได้รับการสำรวจบัตรบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน

 

พี่สาวคือ นางสาวพิสมัย  จะอู๋ เกิดวันที่ 7 กรกฎาคม 2534 ได้สัญชาติไทยตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543(ระเบียบ 43)  มีเลขประจำตัว 7-5004-00025-68-2  น้องชายเด็กชายวีรภัทร จะอู๋ เกิดวันที่ 30 พฤษภาคม 2541 ได้สัญชาติไทยตามระเบียบ 43 เลขบัตรประจำตัว 7-5004-01065-34-3  แต่ของนายบุลกิต จะอู๋กลับไม่ได้รับการพิจารณา สาเหตุจากนายบุลกิต จะอู๋ มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 0 แล้ว จากการสำรวจของโรงเรียน

 

บิดาของนายบุลกิต จะอู๋ ได้ทำการยื่นเรื่องให้กับนายบุลกิต จะอู๋ ยื่นคำร้องขอสัญชาติไทยตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543(ระเบียบ 43) โดยให้ทางสำนักทะเบียนเทศบาลเมืองนะ ดำเนินการให้ ซึ่งอยู่ในช่วงของการพิจารณา

 

ในช่วงของการรอคอยด้วยความหวังว่าจะได้รับการรับรองและมีสัญชาติไทย เป็นคนที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีบัตรประชาชนเป็นคนไทยเหมือนกับพี่สาวและน้องชาย และจะได้เดินทางไปไหนโดยไม่ต้องถูกตรวจจับ แต่ความล่าช้า การไม่มีความคืบหน้า และเกิดความเครียดที่ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นคนอื่นทั่วไป ไม่มีงานทำประกอบกับไม่เข้าใจว่า ทำไมพี่สาวและน้องชายถึงได้ทำบัตรประชาชน แต่ตนซึ่งเป็นพี่น้องคลานตามกันมา กลับถูกปฏิเสธไม่ได้รับการพิจารณา ทั้ง ๆ ได้ยื่นคำร้องเหมือนกันและมีตรวจ DNA กับแม่  เอกสารก็ครบถ้วน  ยิ่งคิดก็ยิ่งเกิดความน้อยใจว่าบิดาและมารดา ไม่รักตนเอง รักแต่พี่สาวและน้องชาย การรอคอยยังคงเนิ่นนานต่อไป วัน เดือน ปี ผ่านไปเรื่อย ๆ คำถามยังวนเวียนอยู่เสมอว่า “ทำไมถึงล่าช้า” แต่คำถามนั้นก็ไร้คำตอบ

 

จนวันที่ 19 มีนาคม 2557 นายบุลกิต จะอู๋ ได้ตัดสินใจหยุดเรื่องราวของตนเองทั้งหมด โดยกินยาฆ่าตัวตาย ปิดการรอคอย ปิดการติดตามความเคลื่อนไหว ปิดการได้มาซึ่งความเป็นไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทิ้งความเศร้าโศก เสียใจให้ครอบครัว จะอู๋  และความเสียใจให้กับคนทำงานในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เหลือไว้เพียงรอยอาลัย น้ำตาของบิดามารดา พี่สาวและน้องชายที่ไหลริน หลังจากที่นายบุลกิต จะอู๋จากไป นางนาแส ป่าแล มารดา ยังไม่สามารถทำใจได้ มีแต่ความเศร้าโศก ร้องให้คิดถึงลูก จนต้องรื้อบ้านและย้ายไปสร้างในที่ใหม่

 

การรอคอยการพิจารณาเพื่อรับรองการเป็นคนมีสัญชาติไทยของคนไร้สัญชาติ ส่งผลกระทบต่อความคิดของบุคคลเหล่านี้มากมาย หลายคนอาจจะบอกว่า ทำไม่ไม่รอ ทำไมไม่อดทน ทำไมไม่ติดตามเรื่องของตนเอง ซึ่งในความเป็นจริง บุคคลที่ไร้สัญชาติเขาได้ต่อสู้ เรียกร้องมานาน หลายคนต่อสู้มาเป็นเวลานานสิบกว่าปี ยิ่งคนที่มีเอกสารหลักฐานพร้อม เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนของกฎหมายที่ถูกต้องทุกอย่าง  แต่การพิจารณา ยังเป็นไปด้วยความล่าช้า บางครั้งการรอคอยอย่างมีความหวัง แต่สิ่งที่หวังกลับเลือนราง ได้ก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอ ดังกรณีของนายบุลกิต จะอู๋ ขอให้ดวงวิญญาณของนายบุลกิต  จะอู๋ ไปสู่สุคติด้วยเถิด...

 

พัชยานี  ศรีนวล      
มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคล